สิทธิในความห่วงใย

posted on 17 Nov 2008 01:16 by keebon

ผมอยู่ในโลกเบี้ยวๆมาเกือบครึ่งชีวิต ผ่านอะไรมาก็พอสมควร

แต่พึ่งเคยได้ยินคำว่า “สิทธิในความห่วงใย”

คุณสงสัยไหมว่ามันมีจริงรึเปล่า !!.*-*.

หรือผมเองที่ขุดรู้อยู่เลยไมรู้มาก่อนว่ามันมีอยู่จริง

ลอง Search ในเจ้าพ่อคุ้ยค้นอย่าง Google ผลลัพธ์ที่ได้น่าตื่นตะลึงใจยิ่งนัก

…….. ข้อมูล ไม่พบผลลัพธ์สำหรับ "สิทธิในความห่วงใย"……..

เสียงงืมงำจากห่วงลึกในใจกระชิปผ่านโสทประสาทอย่างแผ่วเบา....

กูเกิลไม่รู้ถามสาวยาคูลท์สิคะ - -“

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่าเพื่อนผม(ผู้หญิง)บอกว่า

การที่คุณชอบใครสักคนคุณไม่มี “สิทธิไปห่วงใย” เค้าครับ

ถ้าสถานะของคุณคือคนที่ชอบเค้าเท่านั้น

แปลกดีสำหรับผมแต่อาจจะปกติสำหรับคนอื่น

และขอย้ำว่านี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจยิ่งสำหรับผม ความคิดที่ว่า

ถ้าโลกนี้ไม่ได้บ้าก็คงเป็นผมเองที่บ้าบอมาตลอดครึ่งชีวิตที่ผ่านมา ผุดขึ้นมาในใจ

ผมว่าเราทุกคนต้องเคยชอบใครสักคน ใช่ไหมครับ

คุณย่อมอยากทำให้คนที่คุณชอบมีความสุขใช่ไหมครับ

เวลาที่คุณเห็นคนที่คุณชอบเศร้าคุณอยากจะทำอะไร

ถ้าไม่ใช่อยู่เป็นเพื่อนเค้าอยากเศร้าไปด้วยกัน อยากทำให้เค้าหายเศร้า

และสิ่งที่สำคัญที่สุด อยากเห็นเค้ายิ้มได้อีกครั้ง

“สิทธิในความห่วงใย” ทำให้คุณทำแบบนั้นไม่ได้ครับ ถ้าคุณไม่มี - -

และอาต๋อย ไตรภพ ก็ให้สิทธิคุณไม่ได้ครับ ถึงแม้อยากจะให้ก็ตาม

เราอาจจะถูกจำกัดสิทธิในการแสดงออกถึงความห่วงใยจาก

ความเหมาะสมของสถานะที่เราเป็นครับ

เช่นเราไม่อาจไปโอบกอดหรือ เช็ดน้ำตาเวลาที่เค้าร้องไห้

แต่มันก็ช่างดูโหดร้ายเหลือเกินถ้าการถามไถ่พูดคุย

และความรู้สึกที่อยากช่วยเหลือถูกจำกัด

ด้วยนิยามของคำว่า “สิทธิในความห่วงใย”

ผมคงไม่อาจจะยอมรับ และเฝ้าภาวนาให้สิทธินั้นไม่มีจริง

เพราะโลกนี้คงจะขาดแคลนซึ่งความห่วงใย

สุดท้ายความรักก็คงจางหายไปจากโลก

ด้วยคำถามที่ว่า “ผม/ฉัน มีสิทธิใช่ไหม”

...........................

edit @ 17 Nov 2008 18:36:37 by Bonnnn

“เป็นไปไม่ได้”

posted on 10 Nov 2008 23:31 by keebon

ตั้งแต่โลกใบนี้มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ถือกำเนิดขึ้น คำพูดซึ่งความหมายว่า เป็นไปไม่ได้

ได้ถูกเอ่ยหรือกล่าวขึ้นเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน คำพูดคำนี้เรามักใช้บอกหรือแสดงความคิด

เมื่อเราคิดว่าสิ่งนั้นทำไม่ได้ หรือบางครั้งอาจหมายถึงไม่มีใครทำสิ่งนั้นได้

หากแต่มีคนจำพวกหนึ่งซึ่งไม่ยอมรับกับคำที่มีความหมายว่า เป็นไปไม่ได้

ล่าสุดเราได้เห็นตัวอย่างของนาย Mr.Obama ชายผู้เป็นประธานาธิบดีดีผิวสีคนแรก

ของประเทศสหรัฐอเมริกา แรกเริ่มใครจะคาดคิดว่าเค้าจะได้เป็นประธานาธิบดี แต่สิ่งสำคัญคือ

โอบาม่า เชื่อว่าเค้าสามารถเป็นได้ เค้าอาจจะไม่ได้เชื่อมั่นเต็มร้อยว่าเค้าจะสามารถทำได้

แล้วในที่สุดชายคนนี้ก็สามารถทำได้ ถึงแม้ว่าถ้าวันนี้ เค้าทำไม่สำเร็จผมก็เชื่อว่าเค้าพอใจ

เพราะเค้าได้ทำมันอย่างดีที่สุดได้พิสูจน์แล้วว่ามันไม่สำเร็จ ผมเป็นคนหนึ่งที่เกลียดคำว่าเป็นไปไม่ได้

ผมจะไม่โกรธถ้าคุณหาว่าผมเป็นพวกสุดโต่งขวางโลก แต่

ได้โปรดอย่ากล่าวหาผมว่าผมเป็นพวกไม่ยอมรับความจริง

ผมยอมรับความจริงเมื่อผมได้ทำแล้วว่าเป็นไปไม่ได้ ผมไม่ต้องการให้ใครมาบอกผมว่าผมทำมันไม่ได้

ผมจะไม่หยุด และจะเพิ่มความพยายามที่จะทำมันให้ได้เพิ่มเข้าไปอีกถ้ามีคนมาพูดกับผมด้วยความรู้สึกแบบนั้น

ผมไม่ได้บอกหรือหมายความว่าถ้าทำแบบนั้นแล้วเราจะเปลี่ยนสิ่งที่คนอื่นเห็นว่าทำไม่ได้

ให้กลายเป็นสิ่งที่เราทำได้ แน่นอนหลายครั้งสำหรับผมสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ก็ยังคงเป็นไปไม่ได้

แต่อย่างน้อยผมก็ได้ทำมันอย่างสุดความสามารถของผม ในจุดนั้นผมจะยอมรับโดยดีว่ามันคือสิ่งที่

ี่ผมทำไม่ได้ และอาจจะไม่มีวันทำได้ กลับกันถ้าผมไม่ได้ทำแล้วยอมรับในสิ่งที่คนอื่นบอกผมว่า เป็นไปไม่ได้

ผมคงจะเสียใจที่ไม่ได้ทำมากกว่าที่ทำไม่สำเร็จ

การยอมแพ้อาจเป็นการดีในกรณีที่เราต้องการจะหลีกเลี่ยงความสูญเสีย แต่จะมีครั้งไหนที่เราได้ความสำเร็จมาโดยไม่ต้องสูญเสียอะไรเลย

ผมขอเป็นกำลังใจกับคนที่กำลังต่อสู้กับสิ่งต่างๆเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ และขอให้พวกเค้าได้ในสิ่งที่หวังไว้

ผมขอขอบคุณที่ยังมีคนยืนหยัดในสิ่งที่เชื่อ และขอบคุณที่หากคุณที่ได้เค้ามาอ่านบทความนี้

จะเชื่อในตัวของใครสักคนว่าเค้าสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ในสักวัน.....

Yes we can !!!

,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,

 

edit @ 10 Nov 2008 23:35:42 by Bonnnn

ผ่านไปสักทีกับ Proposal อันยากลำบากตลอดระยะเวลา 1 เืดือน กับชีวิตที่ตื่น 7 โมงไปมหาลัยนั่งแก้งานทุกวันถึงตี 1 ตี 2 ทุกคืน ยิ่งกับสองสัปดาห์สุดท้ายอันสุดโหดบางคืนไม่ได้นอนด้วยซ้ำ เพื่อที่จะแก้งานให้ทันส่งอาจาร์ยแบบวันต่อวัน ต้องขอบคุณอาจาร์ยที่ท่านใจดีและคอยตามตบตามจิก เพื่อให้งานสามารถผ่านออกไปได้ (แม้ว่าจะตกอยู่ในช่วงเวลาที่เหมือนนรกก็ตาม)

ตอนนี้ก็คือต้องมุ่งมั่นทำส่วนที่เหลือต่อไป ในอีก 1 เทอมข้างหน้า

แต่ปัญหาก็คอตอนนี้อยู่ในช่วง ที่ไม่อยากหยิบจับอะไร ทำอะไรก็เบื่อไปหมด ไม่อยากหยิบจับอะไรมาทำเลยจริงๆ ไม่ว่าจะดูทีวี เล่นเกมส์ หรือฟังเพลง พอเปิดปุีบ ก็เกิดอาการเบื่อปั๊บ งานนี่ไม่ต้องพูดถึงแค่เห็นก็เบื่อซะแร้ววว - -

ต้องรีบหาแรงบันดาลใจเพื่อทำให้ไฟ(ที่ไม่ใช่ราคะ) กลับมาลุกโชติช่วงอีกครั้งอย่างเร่งด่วน

เหตุกาีร์ณเดิมจะได้ไม่ต้องซ้ำรอย (กรอกใส่หูตัวเองเข้าไว้ 555++)

 

edit @ 8 Oct 2008 22:40:43 by Bonnnn